<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สัตว์ Animal &#187; เกี่ยวกับสัตว์</title>
	<atom:link href="http://www.animallovely.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.animallovely.com</link>
	<description>สัตว์ สัตว์เลี้ยง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก สัตว์น่ารัก สัตว์ป่า ภาพสัตว์</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Sep 2011 07:46:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>กิ้งก่าคามีเลียน</title>
		<link>http://www.animallovely.com/769.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/769.php#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Sep 2009 09:27:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=769</guid>
		<description><![CDATA[? ? กิ้งก่าคามีเลียนเป็นกิ้งก่าที่เคลื่อนที่ช้ามาก เพราะแต่ละก้าวของมันต้องมีความมั่นใจเท่านั้น กิ้งก่าคามีเลียนมีขนาด ตั้งแต่ 8-12 นิ้ว กิ้งก่าคามีเลียนจะมีเล็บที่ไม่แหลมคม มันยังสามารถปรับเปลี่ยนสีตามอารมณ์และอุณหภูมิ โดยจะมีสีเข้มขึ้นเมื่ออากาศร้อน หรือเมื่อตกใจได้อีกด้วย ? Kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/769.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลาการ์ตูนส้มขาว</title>
		<link>http://www.animallovely.com/762.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/762.php#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 03:57:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nu_nim</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[1830)]]></category>
		<category><![CDATA[Clown Anemonefish Amphiprion ocellaris (Cuvier]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาการ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาการ์ตูนส้มขาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=762</guid>
		<description><![CDATA[ปลาการ์ตูนส้มขาว &#8211; Clown Anemonefish Amphiprion ocellaris (Cuvier, 1830) ลักษณะของลำตัว : มีสีส้มเข้ม มีแถบสีขาว 3 แถบ พาดบริเวณส่วนหัว ลำตัวและบริเวณหาง ขอบของแถบสีขาวเป็นสีดำ ขอบนอกของครีบเป็นสีขาวและขอบในเป็นสีดำ อาศัยในที่ลึก ตั้งแต่ 1-15 เมตร ขนาดตัวโตที่สุดประมาณ 10 เซนติเมตร อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica และ Stichodactyla gigantea เป็นต้น อาจพบปลาการ์ตูนชนิดนี้อยู่ด้วยกัน 6-8 ตัว ในกอดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูนส้มขาวพบได้บ่อยที่สุดในทะเลอันดามัน อ่าวไทยพบได้ที่เกาะโลซิน จังหวัดนราธิวาส อาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ ถิ่นกำเนิด : พบได้เฉพาะใน เขตมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิกในบางส่วน ธรรมชาติของปลาการ์ตูนชอบอาศัยอยู่ในดอกไม้ทะเล? ปลาการ์ตูนจะอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากดอกไม้ทะเล การเลี้ยงดู ปลาการ์ตูนเป็นปลาทะเล ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมการค่อนข้างมากในการเลี้ยงดู ที่สำคัญมาก ๆ ก็คือต้องเตรียม &#8221; น้ำ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/762.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลาทองหัวสิงห์ลูกผสม Hybrid lionhead, Ranchu x Chinese lionhead</title>
		<link>http://www.animallovely.com/750.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/750.php#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2009 10:45:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nu_nim</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[Ranchu x Chinese lionhead )]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาทองหัวสิงห์จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาทองหัวสิงห์ลูกผสม (Hybrid lionhead]]></category>
		<category><![CDATA[ผสมพันธุ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=750</guid>
		<description><![CDATA[ปลาทองหัวสิงห์ลูกผสม (Hybrid lionhead, Ranchu x Chinese lionhead ) คือ การผสมพันธุ์ของปลาทองหัวสิงห์จีน และ ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น ซึ่งได้นำุจุดเด่นของปลาทองหัวสิงห์จีน และ สิงห์ญี่ปุ่นมารวมกันไว้ในปลาตัวเดียวกัน ปลาทองสายพันธุ์นี้สามารถผสมพันธุ์ได้แล้วในประเทศไทย สาเหตุของการผสมข้ามพันธุ์ เนื่องมาจากปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น จะผสมพันธุ์ได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นการนำปลาทองหัวสิงห์จีนมาผสมด้วย จะช่วยให้ปลาแพร่พันธุ์ได้ง่ายและได้จำนวนลูกปลาที่เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น ลักษณะเด่นของปลาทองหัวสิงห์ลูกผสม คือ 1.ลักษณะหลังของปลาทองหัวสิงห์ลูกผสมมีหลังโค้งมนมากกว่าปลาทองหัวสิงห์จีน แต่ไม่โค้งและสั้นเท่าปลาทอง หัวสิงห์ญี่ปุ่น 2.ลักษณะครีบหางของปลาทองลูกผสมจะมีครีบหางสั้นกว่าปลาทองหัวสิงห์จีน แต่จะยาวกว่าปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น 3.ลักษณะวุ้นบนหัวของปลาจะมีขนาดปานกลาง ไม่ใหญ่เท่าปลาทองหัวสิงห์จีน แต่ใหญ่กว่า ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/750.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมูพันธุ์ลาร์จไวท์</title>
		<link>http://www.animallovely.com/745.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/745.php#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 May 2009 16:04:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[pig]]></category>
		<category><![CDATA[หมู]]></category>
		<category><![CDATA[หมูพันธุ์ ไลเคศเตอร์เ]]></category>
		<category><![CDATA[หมูพันธุ์ยอร์คชายร์]]></category>
		<category><![CDATA[หมูพันธุ์ลาร์จไวท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=745</guid>
		<description><![CDATA[หมูพันธุ์ลาร์จไวท์ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและเป็นสัตว์ประเภทนี้จะมีกีบคู่มีลักษณะลำตัวอ้วน ปากและจมูกยื่นยาว มีทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า หาอาหารโดยใช้จมูกดูด สุกรแบ่งเป็นพันธุ์ลูกผสมและพันธุ์แท้เกิดจาการผสมพันธุ์ระหว่าง หมูพันธุ์ยอร์คชายร์กับหมูพันธุ์ไลเคศเตอร์เป็นหมูดั้งเดิมในเมืองยอร์คชายร์ นำเข้าไปที่ แคนนาดา อเมริกา ในคตวรรษที่ 19 หมูลาร์จไวท์มีลักษณะหนังสีขาวและขนตลอดลำตัว บางตัวอาจจะมีสีดำปรากฏตามจุดต่างๆบนผิวหนังบ้าง จมูกยาว ไหล่โต หูตั้ง ลำตัวยาว หัวโต แคบลึก แต่สะโพกไม่โตเห็นเด่นชัดนัก ตัวผู้ที่โตเต็มจะหนักประมาณ 250 &#8211; 300 กก. ส่วนตัวเมียจะมีน้ำหนักประมาณ 150 &#8211; 220 กก. ตัวเมียจะเจริญเติบโตเร็ว ลูกดก เลี้ยงลูกเก่งนี่คือข้อดีของ หมูพันธุ์ลาร์จไวท์]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/745.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลาหมอสี Cichlidae</title>
		<link>http://www.animallovely.com/739.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/739.php#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2009 19:54:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nu_nim</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[cichlid]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาหมอสี Cichlidae]]></category>
		<category><![CDATA[วงศ์ปลาหมอสี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=739</guid>
		<description><![CDATA[วงศ์ปลาหมอสี มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ชื่อว่า?Cichlidae (ออกเสียงในภาษาอังกฤษว่า ซิค-ลิด-เด) ปลาในวงศ์นี้มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า cichlid (ออกเสียงว่า ซิค-ลิด) ภาษาไทยนิยมเรียกว่า ปลาหมอสี หรือปลาหมอเทศ ซึ่งเป็นวงศ์ปลาที่มีจำนวนชนิดมากกว่า 1,000 ชนิด นับเป็นวงศ์ปลาที่มีจำนวนชนิดมากเป็นอันดับ สาม รองมาจากวงศ์ปลาตะเพียน และวงศ์ปลาบู่ ลักษณะในวงศ์ปลาหมอสีมีหลายหลากขึ้นอยู่ตามสภาพแวดล้อมของถิ่นกำเนิด ส่วนมากปลาหมอสีอาศัยอยู่ในน้ำจืด หรือบางชนิดพบในน้ำกร่อย ปลาในวงศ์นี้จะพบมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และ ทวีปแอฟริกา ซึ่งมีถึง 290 และ900 ชนิดตามลำดับ ในตอนล่างของทวีปอเมริกาเหนือก็พบบางชนิด อีกสี่ชนิดพบในตะวันออกกลาง และอีกสามชนิดพบในอินเดีย ปลาในวงศ์ปลาหมอสีมีความสำคัญต่อมนุษย์ในหลายลักษณะ ปลาบางชนิด เช่น ปลานิล จัดเป็นปลาเศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ในขณะที่ปลาอีกหลายชนิดเป็นปลาตู้สวยงาม เช่น ปลาเทวดา ปลาปอมปาดัวร์ และ ปลาออสก้าร์ ??ลักษณะเฉพาะของปลาหมอสี ถึงแม้ว่าปลาหมอสีมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม เช่น ปลาตัวแบนที่แฝงตัวตามพืชน้ำอย่างปลาเทวดา หรือปลานักล่าลำตัวเพรียวอย่างปลาหมอออสเซลาริส ปลาในวงศ์นี้ก็มีลักษณะร่วมอันเป็นเอกลักษณ์ คือ 1.? มีพฤติกรรมการเลี้ยงดูไข่และลูกอ่อน 2.? กระดูกหู [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/739.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร</title>
		<link>http://www.animallovely.com/730.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/730.php#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 09:45:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[นก]]></category>
		<category><![CDATA[นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ป่าสงวน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=730</guid>
		<description><![CDATA[นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร มีความยาวตั้งแต่ปากถึงหางยาวประมาณ 12-14 เซนติเมตร ชาวบ้านมักจะที่พบเห็นและเรียกนกชนิดนี้ว่า ?นกตาพอง? เพราะลักษณะตาของนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรมีวงสีขาวล้อมรอบ ลำตัวมีสีดำสนิท เหลือบสีน้ำเงินเข้ม มีกระจุกขนสีดำคล้ายกำมะหยี่ม่านตาจะมีสีขาวอมชมพูเรื่อ ๆ ขนบริเวณตะโพกจะมีสีขาว ในบริเวณบึงบอระเพ็ดนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรจะนอนอยู่ในกับฝูงนกนางแอ่นชนิดอื่นๆ ที่เกาะตามใบสนุ่น และอ้อใบภายในบึงบอระเพ็ด นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรมักจะกินแมลงที่บินอยู่ตามท้องฟ้าทั่วไป นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรจะชอบอาศัยอยู่ตามดงอ้อและในบริเวณบึงบอระเพ็ด มักพบในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวในบริเวณประเทศไทยเท่านั้น ในปัจจุบันนกนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเหลือน้อยมากเพราะมีบางครั้งถูกนำไปขายเป็นอาหารให้ชาวบ้าน Kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/730.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สเตกอซอรัส</title>
		<link>http://www.animallovely.com/726.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/726.php#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 08:25:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[สเตกอซอรัส]]></category>
		<category><![CDATA[ไดโน]]></category>
		<category><![CDATA[ไดโนเสาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไดโนเสาร์กินพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=726</guid>
		<description><![CDATA[ไดโนเสาร์สเตกอซอรัสเป็นไดโนเสาร์กินพืชที่มีขนาดและรูปร่างใหญ่เท่ากับช้างในปัจจุบันไดโนเสาร์ชนิดนี้มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคจูแรสสิกตอนปลายและมีการค้นพบโครงกระดูกของไดโนเสาร์ชนิดนี้ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกา สเตโกซอรัสมีหัวที่เล็กมาก เมื่อเทียบกับของตัวของมัน สันนิษฐานว่าสัตว์ชนิดนี้มีสมองเท่ากับลูกกอล์ฟ สเตโกซอรัสมีลักษณะเด่นของตัวมันคือมีเดือยหรือแผ่นกระดูกขนาดใหญ่เรียงเป็นแถวเดียวยาวตลอดหลัง ซึ่งสันนิษฐานว่ามันมีเส้นเลือดเป็นจำนวนมากในบริเวณนี้ และแผ่นกระดูกนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับป้องกันตัว แต่มีไว้เพื่อช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ในบริเวณปลายของหางของสเตกอซอรัสจะมีเดือยแหลมและยาว หางยาวๆนี้มันจะเอาไว้ใช้หางฟาดเหมือนแส้ เพื่อป้องกันตัว จากไดโนเสาร์กินเนื้อที่เข้ามาจู่โจมในระยะใกล้ Kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/726.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสือเขี้ยวดาบ</title>
		<link>http://www.animallovely.com/722.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/722.php#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 07:44:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[เสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เสือเขี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เสือเขี้ยวดาบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=722</guid>
		<description><![CDATA[เสือเขี้ยวดาบคือสัตว์ดึกดำบรรพ์ มันอาศัยอยู่ในทวีป แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ และ เอเชีย บริเวณ เขตทุ่งหญ้าสะวันนา ทุ่งหญ้าสเตปส์ ทุ่งหญ้าแพร์รี่ ป่าดงดิบและป่าไม้ผลัดใบ เมื่อ 10,000 ปีก่อน เสือเขี้ยวดาบมีขนาดและรูปร่างคล้ายกับเสือทั่วไป แต่ขาหน้าจะยาวกว่าขาหลังและหางสั้น เขี้ยวข้างบนยาวกว่าเขี้ยวข้างล่างเขี้ยวข้างบนจะมีลักษณะแบนและโค้งแบบมีดดาบ และมันสามารถจู่โจมได้อย่างดุเดือด และกระชากฉีกเนื้อของเหยื่อด้วยฟันที่แหลมคมได้อย่างฉับไว ที่อยู่อาศัยของเสือเขี้ยวดาบคือทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกาและอเมริกาเหนือ ในเขต ทุ่งหญ้าสะวันนา ทุ่งหญ้าแพร์รี่ ทุ่งหญ้าสเตปส์ ป่าดงดิบและป่าไม้ผลัดใบ ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ประเทศไทยพบเขี้ยวที่หัก 1 ชิ้น เป็นที่แห่งแรกที่บ่อดูดทรายบริเวณริมแม่น้ำมูล ใน ต. ท่าช้าง อ. เฉลิมพระเกียรติ จ. นครราชสีมา เมื่อปีพุทธศักราชที่ 2545 Kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/722.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งูเขียวหางไหม้</title>
		<link>http://www.animallovely.com/707.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/707.php#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2009 08:32:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[งูเขียวหางไหม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=707</guid>
		<description><![CDATA[งูเขียวหางไหม้จะมีหัวที่ยาวมนใหญ่ ตัวอ้วนสั้น ปลายหางมีสีแดงชัดเจน คอเล็ก งูเขียวหางไหม้ลำตัวมี สีเขียวอมเหลืองสด งูเขียวหางไหม้เป็นงูพิษอ่อน ถ้าถูกกัดจะเจ็บปวดและบวมอยู่หลายวัน แต่ไม่ถึงกับตาย นอกจากว่ามีโรคแทรกซ้อน มีอยู่ในที่ชุกชุมในภาคกลาง เช่น กาญจนบุรี นครปฐม กรุงเทพฯ ปทุมธานี ราชบุรี สระบุรี อยุธยา ลพบุรี ชลบุรีและอ่างทอง นอกจากนี้ยังพบใน จีน ศรีลังกา พม่าและอินเดียงูเขียวหางไหม้จะกินลูกกิ้งก่า ตุ๊กแก จิ้งจก แมลง ลูกนก กบ เขียด หนู งูเขียวหางไหม้ปกติแล้วมันจะเลื้อยช้าๆ งูเขียวหางไหม้มันยังมีนิสัยดุร้ายและ ฉกกัดเมื่อเข้าใกล้มัน งูเขียวหางไหม้ชอบอาศัยตามตามกองไม้ ซอกชายคา กอหญ้า กระถางต้นไม้ มันออกหากินในเวลากลางคืน ขณะเกาะนอนบนกิ่งไม้ มันจะใช้ลำตัวและหางรัดพันยึดกับกิ่งไม้ไว้ งูเขียวหางไหม้จะออกลูกเป็นตัวประมาณครั้งละ 8-12 ตัว แต่ก็มีบางชนิดที่ออกลูกเป็นไข่ สามารถชมไปชมได้ที่สวนสัตว์ นครราชสีมาและสวนสัตว์ดุสิต Kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/707.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นากเล็กเล็บสั้น</title>
		<link>http://www.animallovely.com/689.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/689.php#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2009 06:34:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[นาก]]></category>
		<category><![CDATA[นากเล็กเล็บสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=689</guid>
		<description><![CDATA[นากเล็กเล็บสั้นคือนากที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เมื่อมันตัวเต็มวัยจะมีน้ำหนักไม่ถึง 3 กิโลกรัม ความยาวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางประมาณ 0.9 เมตร ขนของนากจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม บริเวณคอเป็นสีขาว ขนของนากจะค่อนข้างสั้น ระหว่างนิ้วมีพังผืดถึงข้อสุดท้าย นากชนิดนี้จะมีเล็บที่สั้นมาก มีประสาทสัมผัสที่อุ้งเท้าดีมาก นากมีสายตาที่ดีมากทั้งบนบกและในน้ำ บริเวณหูมีลิ้นสำหรับปิดกันน้ำได้ นากชนิดนี้จะหากินเวลากลางคืนและใกล้ค่ำเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ออกหากินในเวลากลางวันบ้าง นากจะจับเหยื่อด้วยขาหน้า ซึ่งจะต่างจากนากชนิดอื่นๆ ที่จับเหยื่อด้วยปากและนากชิดอื่นจะใช้ประสาทสัมผัสของหนวดในการรับรู้และอาหารหลักคือ หอย ปู ปลาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กอยู่ในน้ำ พบได้ที่แหล่งน้ำจืดที่ตื้นและบึงชายเลนที่พืชริมฝั่งไม่หนาแน่นมากนัก นากชนิดนี้อาศัยอยู่บนบกมากกว่านากชนิดอื่น มันจะผสมพันธุ์ในน้ำและออกลูกที่ละ 2-4 ตัว Kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/689.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

