Posts Tagged ‘นกแก้ว’

นกแก้วโม่ง ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Psittacula eupatri
นกที่คนไทยชอบเลี้ยงมาแต่โบรานมีนกแก้วรวมอยู่ด้วย เพราะนกแก้วสามารถเลียนเสียมนุษย์ได้
กล่าวกันว่ามันมีความจำดี เรียนรู้ได้เร็ว ถ้าพูดอะไรให้ฟังบ่อยๆก็สามารถพูดได้
กล่าวกันว่าเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยกทับไปบุกอินเดียได้ทอดพระเนตรเห็นนกแก้วเข้าก็ชอบ
พระทัยได้ทรงนำกลับยุโรปด้วยและในไม่ช้าก็เป็นที่นิยมมาก ด้วยเหตุนี้ในสมัยนั้นนกแก้วจึงมีราคาแพงมาก
จึงได้มีการค้าขายนกแก้วทั้งในยุโรปและเอเชีย
การที่คนเราชอบเลี้ยงนกแก้วนั้นเห็นจะเป็นเพราะเหตุ 4 ประการ
1. นกแก้วมีสีสวย รูปร่างงดงาม
2. สามารถพูดเลียนภาษามนุษย์ได้
3. เลี้ยงง่าย
4. อายุยืน(ในเรื่อง Popular Pet Birds ของ R.P.N. Sinha กล่าวว่า นกแก้วมีอายุยืนมาก อาจอยู่ได้ถึง 70 ปี)
ลักษณะทั่วไป
เป็นนกแก้วขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ลำตัวยาว 51 เซนติเมตร หางเล็กเรียวยาว ลำตัวสีเขียว
จะงอยปากอวบอูม ปลายปากงุ้มลงสีแดง มีแถบสีแดงบริเวณหัวปีก นกตัวผู้มีแถบแดงเล็ก ๆ บริเวณคอด้านหลัง
และมีแถบดำบริเวณคอด้านหน้า ซึ่งไม่มีในนกตัวเมีย ใต้หางสีเหลืองคล้ำ ใบหน้าและลำคอสีปนเหลือง
ถิ่นอาศัย, อาหาร
พบในอินเดีย ชอบอยู่อาศัยบริเวณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่ารุ่น เขตแพร่กระจายสามารถพบเห็นได้ที่ พม่า อันดามัน
ลาว อินโดจีน ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค ยกเว้นภาคใต้
นกแก้วโม่งชอบหาอาหารเป็นฝูงเล็ก ๆ อยู่บนต้นไม้ กินผลไม้ สามารถใช้ปากเกาะเกี่ยวเคลื่อนตัวไปตามกิ่งไม้ได้ดี
พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
หากินอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ นอนบนต้นไม้เป็นกลุ่มใหญ่ ส่งเสียงร้องกันระงม สามารถพูดได้เมื่อนำมาเลี้ยงให้เชื่อง
เวลาบินจะบินเป็นฝูงเล็กๆ 8-10 ตัว ชอบเกาะตามยอดไม้
นกแก้วโม่งผสมพันธุ์ระหว่างเดือน ธันวาคม – มีนาคม ทำรับอยู่ตามโพรงไม้ วางไข่ครั้งละ 2 – 4 ฟอง
สถานภาพปัจจุบัน
เป็นนกประจำถิ่นที่หายาก จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
สถานที่ชม
สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา
แยกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้มากกว่า 500 ชนิด มีพื้นเพที่อยู่อาศัยตั้งเดิมอยู่ในป่าทึบ ในเขตร้อนของประเทศ นิวซีแลนด์
ออสเตรเลีย หมู่เกาะมลายู แอฟริกา ทางใต้ของทิศ เหนือของอเมริกา อินเดีย นอกจากนี้แล้วยังพบทางแถบตะวันตกของอินเดีย
โดยทั่วไป นกในตระกูลนกแก้วนั้น มักมีความแตกต่างไปจากนกตระกูลอื่นอยู่อย่างหนึ่ง คือ จงอย
ปากตอนบนของนกแก้วสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่รวมกับหน้าผาก (ขากรรไกร) และมี ลักษณะเด่นได้แก่ ปากคมแข็ง
จงอยปากงุ้มเข้าโคนใหญ่ปลายแหลมน่ากลัว เท้ามีนิ้วข้าง หลังสองนิ้วและข้างหน้าสองนิ้วทุกนิ้วมีเล็บที่แหลมคม
สามารถใช้เท้าจับกิ่งไม้ได้เหนียว แน่น ปีนป่ายคันไม้ได้เก่งเป็นพิเศษ และในบางโอกาสยังสามารถจับฉีกอาหารได้ด้วย ปาก
ส่วนใหญ่เป็นสีแดง ขนเป็นสีเขียว สามารถนำมาฝึกสอนให้พูดภาษาของมนุษย์ได้แทบทุก ชนิด
สำหรับรังและที่อยู่อาศัยของนกแก้วโดยทั่วไปมักอยู่ตามในโพรงไม้ หรือโพรงหิน ไม่นิยมใช้วัสดุต่าง ๆ ทำรัง นกจากนกแก้ว
เควเคอร์(Quaker Parrakeet) และ นกแก้ว อัฟเบริด์ (Lovebirds) นกแก้วทั้ง 2 ชนิดนี้ นิยมทำรังโดยใช้แขนงหรือกิ่งไม้เล็ก ๆ เศษ
หญ้า เปลือกไม้โดยนำมาสานประกอบขึ้นเป็นรัง

ที่อยู่อาศัยและวิธีเลี้ยง
1. เลี้ยงโดยให้เกาะอยู่บนคอน
ขาตั้งและคอนสำหรับนกแก้วนั้น จะทำให้นกรู้สึกอิสระและออกกำลังกายได้สะดวก คอนควร
ทำด้วยวัสดุเนื้อแข็ง ถ้าคอนเป็นไม้ปลายทั้งสองควรหุ้มด้วยโลหะ มิฉะนั้นนกจะฉีกแทะเล่น ในกรณีที่นกยังไม่เชื่องพอ
ควรใช้กำไลสวมข้อเท้าซึ่งติดกับโซ่สวมไว้ก่อน และควรขลิบปีก เสียข้างหนึ่งเพื่อป้องกันนกบินหนี
บริเวณขนที่จะต้องตัดออกคือขนปีกชั้นที่ 1 ทั้ง 5 โดย ขลิบออกประมาณ 1 นิ้ว
2. เลี้ยงด้วยกรงภายใน
ในกรณีที่นกแก้วเป็นนกรูปร่างเล็ก ขนาดของกรงโดยทั่วไปแล้วไม่ควรมีขนาดกว้างสูง ต่ำ กว่า 2×3 ฟุต
ขนาดของกรงนั้นจะเหมาะสมกับนกหรือไม่สังเกตุได้จากเมื่อนกเกาะอยู่กลาง กรง หากนกมีโอกาสกางปีกออกได้สะดวก
โดยไม่ติดกับกรงหรือคอน ก็จัดได้ว่ามีความพอดี
3. เลี้ยงด้วยกรงภายนอก
การเลี้ยงนกแก้วด้วยกรงภายนอกนั้นเป็นการดียิ่งสำหรับสุขภาพนก เพราะนกได้อยู่กับสิ่งแวด ล้อมคล้ายกับถิ่นเดิม
อากาศโปร่งบริสุทธิ์ นกออกกำลังกายได้ตลอดเวลาแต่ต้องคำนึงถึงแสง แดดและฝน อย่าให้โดนมากเกินไป
อาหารทั่วไปสำหรับเลี้ยงนกแยกออกเป็นชนิดต่างๆได้ดังนี้
1. เมล็ดข้าวชนิดต่างๆ ซึ่งมีส่วนผสมของเมล็ดทานตะวัน, ข้าวโอ๊ท, ข้าวสาลี, เมล็ดกัญชา, เมล็ดข้าวโพด,
ถั่วลิสง, และเมล็ดข้าวอื่นๆที่กระเทาะเปลือกแล้ว
2. ผลไม้ต่างๆ เช่น แอ๊ปเปิ้ล, กล้วย, องุ่น, ส้ม และผมไม้มุกชนิด
3. อาหารจำพวกผักสด เช่น หัวมันเทศ, หัวผักกาด, หัวแคร์รอท, ผักโขม, หรือผักจำพวกกระหล่ำปลี
, และผักในสวนครัวชนิดอื่นๆ
4. กระดองปลาหมึก, ทราย
5. ไข่, และขนมปังทุกชนิด ซึ่งทำชึ้นจากข้าวชนิดต่างๆ
01745

นกขุนทอง หรือนกเอี้ยงคำ เป็นนกที่พูดเก่ง

ไม่แพ้นกตระกูลนกแก้ว แถมยังเลี้ยงง่ายเข้ากับสภาพธรรมชาติ

เป็นที่นิยมเลี้ยงโดยทั่วไปในทวีปเอเชีย อเมริกา และยุโรป

ซึ่งในปัจจุบันราคาของนกขุนทองเพาะในอเมริกาอยู่ที่ประมาณ

30,000 – 40,000 บาท )

01723

นกแก้วเป็นนกที่มีสีสันสดใสเด่นเกินนกอื่นๆ และนกแก้วนั้นเลี้ยงให้เชื่องได้ง่ายมีนิสัยช่างพูดขี้เล่นขี้ประจบและฝึกพูดเลียนเสียงคนได้อีกด้วย? ตระกูลนกแก้วนั้นมีมากถึงประมาณ? ๓๔๐? ชนิด? แต่ละชนิดก็แตกต่างกันไปในด้านรูปร่าง?ขนาด? สี? หรือนิสัย? นกแก้วที่ใหญ่ที่สุดนั้นคือนกแก้วตระกูลมาคอร์? ( ?MACAW )? จากจงอยปากถึงหางนั้นจะยาวถึง? ? เมตร? สีที่หายากที่สุดนั้นคือสีน้ำเงินทั้งตัว? โดยปกติแล้วนกแก้วมาคอร์จะมีอายุเกือบเท่าคนเรา? นกแก้วทั่วไปนั้นมักจะอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นฝูง? และอยู่ในเขตอากาศอบอุ่นเช่นทวีปเอเชียออสเตรเลียอัฟริกา?อาหารก็มักจะเป็นผลไม้? เมล็ดพืช ?หลายๆคนมักอยากจะได้นกแก้วมาเลี้ยง? เพราะสีสันและความน่ารักของมันนั่นเอง? แต่การที่คิดจะเลี้ยงนกแก้วนั้นมีหลายประการที่ควรจะคำนึงถึงคือ?ต้องถามตัวเองก่อนว่ามีนิสัยรักสัตว์หรือเปล่า465461? มิใช่เบื่อก็ปล่อยปละละเลย? การให้อาหารและรักษาความสะอาดนั้นก็เป็นเรื่องจำเป็น?ต้องมีความเมตตาหมั่นเล่นพูดคุยกับนกอยู่เสมอ? เพื่อนกจะได้มีความสุขไม่เหงา? แต่ถ้ายังไม่พร้อมจะเลี้ยงละก็? ลองแวะไปเล่นไปชมนกแก้วพันธุ์ต่างๆ มากมายได้ที่สวนสัตว์?? ซึ่งมีให้ชมทุกที่? และยังมีการแสดงความสามารถของนกแก้วให้ชมอีกด้วย

?01751