<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สัตว์ Animal &#187; นก</title>
	<atom:link href="http://www.animallovely.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%81/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.animallovely.com</link>
	<description>สัตว์ สัตว์เลี้ยง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก สัตว์น่ารัก สัตว์ป่า ภาพสัตว์</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Sep 2011 07:46:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร</title>
		<link>http://www.animallovely.com/730.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/730.php#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 09:45:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[นก]]></category>
		<category><![CDATA[นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ป่าสงวน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=730</guid>
		<description><![CDATA[นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร มีความยาวตั้งแต่ปากถึงหางยาวประมาณ 12-14 เซนติเมตร ชาวบ้านมักจะที่พบเห็นและเรียกนกชนิดนี้ว่า ?นกตาพอง? เพราะลักษณะตาของนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรมีวงสีขาวล้อมรอบ ลำตัวมีสีดำสนิท เหลือบสีน้ำเงินเข้ม มีกระจุกขนสีดำคล้ายกำมะหยี่ม่านตาจะมีสีขาวอมชมพูเรื่อ ๆ ขนบริเวณตะโพกจะมีสีขาว ในบริเวณบึงบอระเพ็ดนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรจะนอนอยู่ในกับฝูงนกนางแอ่นชนิดอื่นๆ ที่เกาะตามใบสนุ่น และอ้อใบภายในบึงบอระเพ็ด นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรมักจะกินแมลงที่บินอยู่ตามท้องฟ้าทั่วไป นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรจะชอบอาศัยอยู่ตามดงอ้อและในบริเวณบึงบอระเพ็ด มักพบในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวในบริเวณประเทศไทยเท่านั้น ในปัจจุบันนกนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเหลือน้อยมากเพราะมีบางครั้งถูกนำไปขายเป็นอาหารให้ชาวบ้าน Kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/730.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกยูงอินเดีย</title>
		<link>http://www.animallovely.com/684.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/684.php#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2009 05:57:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[Brid]]></category>
		<category><![CDATA[นก]]></category>
		<category><![CDATA[นกยูง]]></category>
		<category><![CDATA[นกยูงอินเดีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=684</guid>
		<description><![CDATA[นกยูงอินเดียมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับนกยูงไทย แต่จะต่างกันตรงที่ขนที่บนหัวนกยูงไทยจะมีลักษณะเป็นจุก แต่นกยูงอินเดียจะแผ่ออกเหมือนพัด และสีของขนของนกยูงไทยจะมีสีเขียวใบไม้ แต่ของนกยูงอินเดียจะเป็น สีน้ำเงินและมีสีขาวที่จมูกจนถึงขอบตาด้านบนนัยน์ตา พบได้ในอินเดียและศรีลังกา นกยูงชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในป่าดงดิบทึบ อยู่กันเป็นฝูง ตัวผู้จะชอบทำลานเอาไว้เพื่อรำแพนหาง มันจะรักษาความสะอาดลานของมันไว้อย่างดี นกยูงเป็นนกที่สายตาไวมากและระวังตัวมาก และจะเข้าใกล้ตัวมันได้ยากมากเพราะมันจะบินหนีก่อนที่เราจะเข้าใกล้มัน นกยูงบินเก่งและชอบนอนที่สูง มันจะชอบร้องเวลาเช้าและเย็น และไม่ดุร้าย มันจะจำที่อยู่ได้ดีมาก นกยูงชนิดนี้วางไข่ ครั้งละประมาณ 5-8 ฟอง ไข่ฟักนานถึง 28 วัน นกยูงอินเดียกิน แมลง เมล็ดพืช ผลไม้และสัตว์เลื้อยคลานบางชนิดสามารถชมได้ที่สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์เชียงใหม่ Kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/684.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกกระเรียน</title>
		<link>http://www.animallovely.com/678.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/678.php#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2009 04:32:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[นก]]></category>
		<category><![CDATA[นกกระเรียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=678</guid>
		<description><![CDATA[นกกระเรียนมีลักษณะสูงใหญ่ ตัวผู้กับตัวเมียมีลักษณะคล้ายกันมากมันจะมีขนลำตัวบนสีเทาตลอด มันมีขายาวสีแดง บริเวณส่วนหัวจะไม่มีขน มีแต่หนังและขนเล็กๆเป็นสีแดง มีจุดด่างขาวตรงบนหัวและกกหู นกกระเรียน จะมีปากเรียวแหลมไม่ยาวนัก มีสายตาไวมาก เวลาเช้าและเย็นชอบร้องดังลั่น นกกระเรียนมีถิ่นกำเนิดใน ประเทศอินเดีย ไทยตอนใต้ พม่า กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ เวียดนามตอนใต้ ออสเตรเลียและมาเลเซีย อาหารของนกกระเรียนได้แก่ กุ้ง หอย ลูกกบ ปลา ลูกเขียดและสัตว์เล็ก ๆ เช่น หนู กิ้งก่า จิ้งเหลน ยอดไม้ ยอดหญ้า เมล็ดพืชข้าวเปลือกและแห้วหมู นกกระเรียนจะชอบหากิน ตามทุ่ง ดงหญ้า หรือ หนองบึงมันหากินเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก ๆ มันเป็นสัตว์ที่ไม่เปลี่ยนคู่และไม่มีการแยกจากกัน มันจะหากินใกล้ ๆ กันตลอดเวลา ถ้าบินไปไหนก็จะบินตามกันไป ถ้าคู่ของมันได้รับอันตรายมันก็จะไม่ทิ้งคู่ของมัน มันจึงมักถูกยิงตายด้วยกันเสมอ นกกระเรียนจะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูฝน ทั้งคู่จะเต้นรำ กันซึ่งเป็นการเกี้ยวพาราสีกัน รังของมันมีขนาดใหญ่ ทำด้วยต้นไม้ใบหญ้า และกิ่งไม้เล็ก ๆมาขัดสานกัน มันจะวางไข่ครั้งละประมาณ 1-3 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/678.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกอีมู</title>
		<link>http://www.animallovely.com/670.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/670.php#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2009 04:25:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[นก]]></category>
		<category><![CDATA[นกที่ใหญ่ที่สุด]]></category>
		<category><![CDATA[นกอีมู]]></category>
		<category><![CDATA[นกใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=670</guid>
		<description><![CDATA[นกอีมูเป็นนกมีขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 5 &#8211; 6 ฟุตและหนักถึง 150 ปอนด์ ขนของอีมูก็คล้ายกับเส้นผมของคน นกอีมูไม่สามารถบินได้ นกอีมูจะไม่มีสันกระดูกบนหัวและมีขนบนเป็นสีน้ำตาลทั่วทั้งตัว นกอีมูทั้งตัวผู้และตัวเมียจะมีลักษณะคล้ายกันแต่ตัวผู้จะมีขนาดโตกว่าตัวเมีย นกอีมูสามารถวิ่งได้เร็วถึง 30 ไมล์ต่อชั่วโมง และยังว่ายน้ำได้อีกด้วย นกอีมูจะหากินรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ในฤดูผสมพันธุ์จะอยู่กันเป็นคู่ ๆ นกอีมูจะเริ่มผสมพันธุ์เมื่อมีอายุ 2 ปีและวางไข่ประมาณครั้งละ 7-10 ฟอง ไข่จะมีสีเขียวเข้ม ไข่จะฟักตัวนานถึง 59-61 วัน นกอีมูจะอาศัยอยู่ ในออสเตรเลีย ยกเว้นริมชายฝั่ง อาหารของนกอีมูได้แก่ ผลไม้ ต่างๆและแมลงและนกอีมูเป็นนกที่เชื่อง สามารถชมได้ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์นครราชสีมา kira]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/670.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกนางแอ่น</title>
		<link>http://www.animallovely.com/655.php</link>
		<comments>http://www.animallovely.com/655.php#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Feb 2009 09:44:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kira</dc:creator>
				<category><![CDATA[เกี่ยวกับสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[นก]]></category>
		<category><![CDATA[นกนางแอ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.animallovely.com/?p=655</guid>
		<description><![CDATA[พูดถึงนกนางแอ่นแล้วมีหลายท่านที่ยังสับสนอยู่มากโดยเข้าใจว่านกนางแอ่นที่เห็นเกาะเป็นกลุ่มใหม่ที่อยู่ตามสายไฟฟ้าบินฉวัดเฉลียนไล่จับแมลงกับนกนางแอ่นที่คนนิยมนำรังมากินนั้นเป็นนกชนิดเดียวกัน ความจริงแล้วนก 2 ชนิด ไม่มีความสัมพันธ์ต่อกันเลย จากการที่มันมีส่วนคล้ายคลึงกันมาก ทั้งรูปร่างละลักษณะของปีก ท่าบิน ทำให้เกิดการเข้าใจผิดขึ้น นกนางแอ่นที่เกาะตามเสาไฟฟ้ามีชื่อว่า นกนางแอ่นบ้าน นกนางแอ่นนี้ มีกระจายอยู่ทั่วโลกถึง 79 ขนิด ที่พบในเมืองไทยมีอยู่ 10 ชนิด รวมทั้งนกเจ้าฟ้าสิรินธร ซึ่งจัดเป็นนกที่หายากชนิดหนึ่งของโลกเลยทีเดียวเพราะมีเพียงแห่งเดียวคือที่ บึงบรเพ็ด จังหงัด นครสวรรค์เท่านั้นจึงสมควรที่พวกเราชาวไทยทุกคนจะต้องอนุรักษ์นกชนิดนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด ส่วนนกนางแอ่นกินรังนั้นเป็นนกในอันดับapodiformes นกในวงศ์ Apoeidae มีทั้งหมด 76 ชนิด ในเมืองไทยมี 12 ชนิด แม้ว่า นกทั้งสองวงศ์นี้จะมีรูปลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากก็จริงอยู่แต่ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันบ้าง คือ ลักษณะของปีกที่ยาว และเรียวนั้นนกในวงศ์ Apoeidae จะมีปีกยาวและเรียวกว่า ปีกจะเว้าเค้าไปมีลักษณะคล้ายเคียวและเวลาบินจะกระพือปีกถี่กว่า และบินได้เร็วกว่า ในขณะที่นกในวงศ์ Hirundinidae ชอบนอนพักผ่อน อยู่ตามสายไฟ และตามพุ่มไม้ นกในวงศ์ Apoeidae เกือบทุกชนิดจะพักผ่อนนอนหลับโดยการเกาะอยู่ตามผนังถ้ำหรือขอบรัง ข้องแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ อุปนิสัยในการสร้างรัง นกในวงศ์ Hirundinidae จะสร้างรังด้วยใยของต้นไม้ผสมกับดินเหนียว แต่นกในวงศ์ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.animallovely.com/655.php/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

