Go to content Go to navigation Go to search

ม้าปีกาซัส (Pegasus)

ยินดีต้อนรับคนรักสัตว์ทกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือนขอขอบคุณ สมาชิกทุกๆท่าน และผู้สนับสนุนเว็บของเรามีความรู้เกี่ยวกับสัตว์มากมายให้ได้ศึกษาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง แหล่งรวมสัตว์เลี้ยง ฟาร์มสัตว์เลี้ยงและอื่นๆ

June 18th, 2010 by ep

ปีกาซัสเกิดจากเลือดของหัวมีดูสะที่ เทพซุส ไปตัดมา เป็นม้ามีปีกสามารถบินได้เหมือนนก เลี้ยงดูโดยเทวีของอพอลโล บนยอดเขาเฮลลิกอน ส่วน เบลเลอโรฟอน เป็นบุตรของ คลอกัส กษัตริย์ของเมืองกอรินธ์ เมื่อโตขึ้นได้ฆ่าพี่น้องของตัวเองตาย จึงต้องหนีไปอยู่กับ ปริทัส กษัตริย์แห่งอาร์กอส ขณะที่อยู่กับ ปริทัส นั้นนางอันติยา ราชินีของปริทัสชอบเบลเลอโรฟอนแต่เขาไม่สนใจ นางจึงไปฟ้องสามีว่าเบลเลอโรฟอนพยายามข่มเหงนางทำให้นางเสียหาย ปริทัสหลงเชื่อจึงหาทางกำจัดโดยให้เบลเลอโรฟอนถือสาสน์ไปหาไอโอเบทีส กษัตริย์แห่งไลเซียผู้ซึ่งเป็นบิดาของนางอันติยาให้ช่วยฆ่าเบลเลอโรฟอน จึงเป็นที่มาของจดหมายของเบลเลอโรฟอนหมายถึงจดหมายที่จะทำภัยมาให้คนที่ถือ

แต่ไอโอเบทีสไม่รู้ว่าจะประหารเบลเลอโรฟอนอย่างไรเพราะเป็นแขกและไม่ได้เป็นศัตรู แต่ในขณะนั้นได้มีสัตว์ประหลาดชื่อ ไคมีระ ซึ่งมีตัวเป็นแพะส่วนหัวเป็นสิงห์ หายใจเป็นไฟ และมีหางเป็นหางมังกร ไอโอเบทีสจึงขอให้เบลเลอโรฟอนไปช่วยปราบสัตว์นี้ให้ พอเบลเลอโรฟอนรับปากจะช่วย เขาก็ไปหาเทพพยากรณ์ชื่อ โพลิไอดัสเพื่อให้ช่วย ไพลิไอดัสแนะให้เขาไปเอาม้าปีกาซัสมาใช้โดยต้องไปขอจากมิเนอร์วา เมื่อได้ม้ามาแล้ว ม้าก็พาเขาบินไปหาไคมีระและเขาได้ยิงธนูใส่หัวใจของไคมีระตายทันที

พอปราบไคมีนะเสร็จ ไอโอเบทีสก็ให้เขาไปปราบคนป่าเถื่อนอีก 2 ครั้ง ซึ่งก็ประสพความสำเร็จ ไอโอเบทีสจึงยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย หลายปีผ่านไปเบลเลอโรฟอนคิดจะขี่ม้าปีกาซัสขึ้นไปบนเขาโอลิมปัส แต่เทพพระเจ้าไม่พอใจจึงส่งเหลือบมากัดม้า ทำให้มันสลัดเบลเลอโรฟอนตก แล้วก็บินกลับไปอยู่ที่เดิม ส่วนเบลเลอโรฟอนก็กลายเป็นคนพเนจรไปจนตาย

หนูแฮมเตอร์

ยินดีต้อนรับคนรักสัตว์ทกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือนขอขอบคุณ สมาชิกทุกๆท่าน และผู้สนับสนุนเว็บของเรามีความรู้เกี่ยวกับสัตว์มากมายให้ได้ศึกษาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง แหล่งรวมสัตว์เลี้ยง ฟาร์มสัตว์เลี้ยงและอื่นๆ

April 7th, 2010 by ep

ประวัติหนูแฮมเตอร์

นักวิทยาศาสตร์ ประเทศ อิสราเอล พบหนูแฮมเตอร์และลูกน้อยอยู่ในโพรงประมาณ 8 ฟุต

เป็นสัตว์ตัวที่เล็กและเป็นสัตว์ที่น่ารัก ปัจจุบันได้ถูกขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในสหรัฐอเมริกาได้มีพบหนูแฮมเตอร์สายพันธุ์ใหม่ มีชื่อว่า ซีเรี่ยน หรือ Golden hamster ที่เลี้ยงกันอยู่ในสืบเชื้อสายมาจากครัวน้อยๆที่มาจากในทะเลทราย ซีเรีย ที่ได้ชื่อว่า Syrian ก็หมายถึงชาวซีเรียนั้นเอง

หนูแฮมเตอร์เป็นสัตว์ที่ไม่เรื่องมากอาหารของแฮมเตอร์ คือ เมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็หทานตะวัน เมล็ดปอ ข้าว ผักที่เช่น ผักกาดขาว แตงกวา ผักบุ้ง ผักกาดหอม พวกผลไม้เช่น ข้าวโพด แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ เป็นต้น

อาหารหนูแฮมเตอร์

1.เมล็ด ฮวยมั้ว
ธัญพืชชนิดนี้ เป็น อาหารที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกิน แต่ยังไงก็จะแนะนำอีกที เจ้าสิ่งนี้จะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆแป้นๆ สีก็ตามในรูปเลย และก็ยังเป็นสิ่งที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกินด้วย แต่ถ้าผสมแล้วไม่ควรใส่ผสมเยอะ เพราะว่าเจ้าตัวนี้มีไขมันมากกว่าอาหารอื่นๆ อาจจะมากหรือ พอๆกับเมล็ดทานตะวันเลยก็ว่าได้ ยังไงก็อย่าผสมเยอะ

2.เมล็ดทานตะวัน
เมล็ดทานตะวันแบบนี้เป็นแบบที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกินมาก อาจจะเป็นเพราะว่าแกะง่ายหรือ
รสชาติอร่อย อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่รับรองว่า หนุแฮมนั้นชอบแน่ๆ ยังไงถ้าเพื่อนๆจะผสม
อาหารก็แนะนำตัวนี้ หรือผสมหลายๆตัวก็ดี

3.อาหารแมว
อาหารแมวก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกินนะ แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่แต่ละชนิดด้วย

ส่วนชนิดที่ชอบกินนั้นก็ต้องแล้วแต่นิสัยของหนูเค้าหละ ยังไงเพื่อนๆลองเปลี่ยนอาหารแมวที่
นำมาผสมดู แล้วก็จะเจอชนิดที่ เจ้าหนูนั้นชอบ และยังช่วยให้หนูแฮมสเตอร์ไม่ต้องมากิน
อาหารที่จำเจ และ แก้ปัญหาการเบื่ออาหารอีกด้วย

4.ข้าวไร / ข้าวชนิดต่างๆ
ข้าวซึ่งสำหรับคนแล้วนั้นเป็นอาหารหลักก็ว่าได้ และสำหรับหนูแฮมสเตอร์ ก็ชอบอยู่เหมือนกัน

ซึ่งข้าวนั้นก็มีหลายชนิดอยู่เช่นกัน อาทิ ข้าวไร , ข้าวโอต , ข้าวเม็ดมะเขือ และอื่นๆ อีกมากมาย
โดยที่ผมแนะนำนี้จะเป็นข้าวไรนะ โดยได้สังเกตพบว่า พบเปลือกของข้าวไร อยู่ในกรง
ของหนูแฮมสเตอร์ มากมาย แต่อันนี้จะเป็นกับหนูของเพื่อนๆหรือป่าวยังไงก็ต้องลองดูนะ

วิธีการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์
อาหารหลักที่ควรให้แฮมสเตอร์ คือ ธัญพืชโดยจะโปรยอาหารลงบนพื้นก็ได้เพราะแฮมสเตอร์นิสัยชอบก้มกิน มันจะชอบหยิบอหารออกมากินนอกภาชนะ โดยใช้เท้าหน้าจับอาหารกิน แต่การใช้ภาชนะมีข้อดี คือจะทำให้เราได้รู้ว่ามันเอาอาหารออกไปกิน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันป่วยเราก็รู้ได้ การใส่ภาชนะยังทำให้อาหารและขี้เลื่อยไม่ปะปนกันทำให้การเปลื่ยนขี้เลื่อยทำได้ง่ายโดยไม่ต้องทิ้งอาหารที่ปนกับขี้เลื่อย

« Previous Entries