Go to content Go to navigation Go to search

ปลาทองหัวสิงห์ลูกผสม Hybrid lionhead, Ranchu x Chinese lionhead

June 16th, 2009 by nu_nim

001ปลาทองหัวสิงห์ลูกผสม (Hybrid lionhead, Ranchu x Chinese lionhead )

คือ การผสมพันธุ์ของปลาทองหัวสิงห์จีน และ ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น ซึ่งได้นำุจุดเด่นของปลาทองหัวสิงห์จีน และ สิงห์ญี่ปุ่นมารวมกันไว้ในปลาตัวเดียวกัน ปลาทองสายพันธุ์นี้สามารถผสมพันธุ์ได้แล้วในประเทศไทย
สาเหตุของการผสมข้ามพันธุ์ เนื่องมาจากปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น จะผสมพันธุ์ได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นการนำปลาทองหัวสิงห์จีนมาผสมด้วย จะช่วยให้ปลาแพร่พันธุ์ได้ง่ายและได้จำนวนลูกปลาที่เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น

ลักษณะเด่นของปลาทองหัวสิงห์ลูกผสม คือ

1.ลักษณะหลังของปลาทองหัวสิงห์ลูกผสมมีหลังโค้งมนมากกว่าปลาทองหัวสิงห์จีน แต่ไม่โค้งและสั้นเท่าปลาทอง
หัวสิงห์ญี่ปุ่น
2.ลักษณะครีบหางของปลาทองลูกผสมจะมีครีบหางสั้นกว่าปลาทองหัวสิงห์จีน แต่จะยาวกว่าปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น
3.ลักษณะวุ้นบนหัวของปลาจะมีขนาดปานกลาง ไม่ใหญ่เท่าปลาทองหัวสิงห์จีน แต่ใหญ่กว่า
ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย

May 22nd, 2009 by kira

untitled

หมูพันธุ์ลาร์จไวท์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและเป็นสัตว์ประเภทนี้จะมีกีบคู่มีลักษณะลำตัวอ้วน ปากและจมูกยื่นยาว มีทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า หาอาหารโดยใช้จมูกดูด สุกรแบ่งเป็นพันธุ์ลูกผสมและพันธุ์แท้เกิดจาการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ ยอร์คชายร์กับหมูพันธุ์ ไลเคศเตอร์เป็นหมูดั้งเดิมในเมืองยอร์คชายร์ นำเข้าไปที่ แคนนาดา อเมริกา ในคตวรรษที่ 19 หมูลาร์จไวท์มีลักษณะหนังสีขาวและขนตลอดลำตัว บางตัวอาจจะมีสีดำปรากฏตามจุดต่างๆบนผิวหนังบ้าง จมูกยาว ไหล่โต หูตั้ง ลำตัวยาว หัวโต แคบลึก แต่สะโพกไม่โตเห็นเด่นชัดนัก ตัวผู้ที่โตเต็มจะหนักประมาณ 250 - 300 กก. ส่วนตัวเมียจะมีน้ำหนักประมาณ 150 - 220 กก. ตัวเมียจะเจริญเติบโตเร็ว ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง

ปลาหมอสี Cichlidae

March 21st, 2009 by nu_nim

002

วงศ์ปลาหมอสี มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ชื่อว่า Cichlidae (ออกเสียงในภาษาอังกฤษว่า ซิค-ลิด-เด) ปลาในวงศ์นี้มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า cichlid (ออกเสียงว่า ซิค-ลิด) ภาษาไทยนิยมเรียกว่า ปลาหมอสี หรือปลาหมอเทศ ซึ่งเป็นวงศ์ปลาที่มีจำนวนชนิดมากกว่า 1,000 ชนิด นับเป็นวงศ์ปลาที่มีจำนวนชนิดมากเป็นอันดับ สาม รองมาจากวงศ์ปลาตะเพียน และวงศ์ปลาบู่
ลักษณะในวงศ์ปลาหมอสีมีหลายหลากขึ้นอยู่ตามสภาพแวดล้อมของถิ่นกำเนิด ส่วนมากปลาหมอสีอาศัยอยู่ในน้ำจืด หรือบางชนิดพบในน้ำกร่อย ปลาในวงศ์นี้จะพบมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และ ทวีปแอฟริกา ซึ่งมีถึง 290 และ900 ชนิดตามลำดับ ในตอนล่างของทวีปอเมริกาเหนือก็พบบางชนิด อีกสี่ชนิดพบในตะวันออกกลาง และอีกสามชนิดพบในอินเดีย ปลาในวงศ์ปลาหมอสีมีความสำคัญต่อมนุษย์ในหลายลักษณะ ปลาบางชนิด เช่น ปลานิล จัดเป็นปลาเศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ในขณะที่ปลาอีกหลายชนิดเป็นปลาตู้สวยงาม เช่น ปลาเทวดา ปลาปอมปาดัวร์ และ ปลาออสก้าร์
  ลักษณะเฉพาะของปลาหมอสี
ถึงแม้ว่าปลาหมอสีมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม เช่น ปลาตัวแบนที่แฝงตัวตามพืชน้ำอย่างปลาเทวดา หรือปลานักล่าลำตัวเพรียวอย่างปลาหมอออสเซลาริส ปลาในวงศ์นี้ก็มีลักษณะร่วมอันเป็นเอกลักษณ์ คือ

1.  มีพฤติกรรมการเลี้ยงดูไข่และลูกอ่อน
2.  กระดูกหู (Otolith) มีลักษณะเฉพาะ
3.  เส้นข้างลำตัวขาดตอน ตัดแบ่งเป็นสองส่วน
4.  มีรูจมูกสองรู ซึ่งต่างจากปลาส่วนใหญ่ที่มีสี่รูจมูก
5.  มีกรามพิเศษในลำคอ (pharyngeal jaws) นอกเหนือไปจากกรามแท้
6.  ไม่มีชั้นกระดูกใต้รอบตา
7.  ลำไส้เล็กหันออกจากทางด้านซ้ายของกระเพาะ

ตุ่นปากเป็ด

February 24th, 2009 by admin2

platypus1

เมื่อไม่นานมานี้เอง  นักวิทยาศาสตร์นานาชาติในสหรัฐ
สามารถถอดรหัสโครงสร้างเชื้อพันธ์ของตุ่นปากเป็ดออกมาได้แล้ว
และพบว่ามีความหลากหลายที่สมกับความแปลกปลาดนั้นเลยทีเดียว

ตุ่นปากเป็ดถูกจัดอยู่ในสัตว์จำพวกเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเเต่ออกลูกเป็นไข่
รูปร่างหน้าตาแปลกเหมือนกับนำชิ้นส่วนของสัตว์หลายชนิดมาผสมผสานกัน
 และอย่างที่ชื่อบ่งบอก ตัวมีลักษณะคล้ายตุ่น ขนหนา มีปากเหมือนเป็ด
เท้าเหมือนแมวน้ำ หางยาวเป็นพวงเหมือนบีเวอร์ ตัวเมียวางไข่
และมีน้ำนมเลี้ยงลูกอ่อน  ถึงแม้จะไม่มีหัวนม
แต่ก็ให้น้ำนมแก่ลูกอ่อนได้จากทางผิวหนังที่ท้อง
ตัวผู้มีเดือยที่เท้าหลังซึ่งสามารถพ่นพิษได้เหมือนกับงู
 ตุ่นปากเป็ดกินตัวหนอน ตัวดักแด้ และกุ้งเป็นอาหาร      
เมื่อโตเต็มที่ ตัวผู้จะมีความยาวราว 20 นิ้ว มีน้ำหนักราว 2 กิโลกรัม
 ตัวเมียจะมีความยาว เเละน้ำหนักน้อยกว่าตัผู้ ตุ่นปากเป็ดอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศ
ออสเตรเลีย เกาะทัสมาเนีย และปาปัวนิวกินี
 นักธรรมชาติวิทยาอังกฤษพบสัตว์แปลกนี้ในออสเตรเลียมานานกว่า 200 ปีแล้ว
และตั้งชื่อให้ว่า Platypus มาตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์นานาชาติที่มหาวิทยาลัย Louisiana State 
และที่มหาวิทยาลัย  Washington ที่เมือง St. Louis 
ในรัฐ Missouri ทำงานถอดระหัสโครงสร้างเชื้อพันธ์ของตุ่นปากเป็ด
และงานวิจัยขั้นต้นเกี่ยวกับโครงสร้างนั้นเสร็จแล้ว
นับเป็นผังโครงสร้างเชื้อพันธ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมชนิดออกไข่ผังแรก
 และเป็นการยืนยันว่า DNA หรือเชื้อพันธ์ของตุ่นปากเป็ดนั้น
 ก็มีความหลากหลายรูปแบบเดียวกับลักษณะของตัวตุ่นนั้นเอง
 กล่าวได้ว่าตุ่นปากเป็ด เป็นส่วนผสมของทั้งสัตว์ปีก
สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
 นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Louisiana State 
กล่าวว่า โครงสร้างเชื้อพันธ์ของตุ่นปากเป็ด
 มีลักษณะคล้ายของสัตว์ปีกผสมกับของสัตว์เลื้อยคลาน
 มากกว่าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
คือมีทั้งเชื้อพันธ์สำหรับการวางไข่แบบที่สืบทอดมาจากสัตว์เลื้อยคลาน
และมีเชื้อพันธ์ของการมีพิษคล้ายพิษงู
 แต่ก็มีเชื้อพันธ์สำหรับการสร้างน้ำนมสำหรับลูกอ่อนด้วย
 นักวิทยาศาสตร์พบด้วยว่า ตุ่นปากเป็ดมีโครโมโซมกำหนดเพศถึง 10 ตัว
 ซึ่งมากกว่าของมนุษย์ถึงห5เท่า
 นักวิทยาศาสตร์ บอกว่า การถอดรหัสโครงสร้างเชื้อพันธ์ของของตุ่นปากเป็ด
ทำให้ได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับ
ระบบกำหนดเชื้อพันธ์และระบบภูมิต้านทานของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม
 ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการศึกษาด้านเชื้อพันธ์หรือพันธุกรรม
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
รวมทั้งสาเหตุและวิธีป้องกันโรคเหล่านั้น ตลอดจนการพยายามอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ต่างๆ
ต่อไป

01664

นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร

February 23rd, 2009 by kira

b2p251
นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร มีความยาวตั้งแต่ปากถึงหางยาวประมาณ 12-14 เซนติเมตร ชาวบ้านมักจะที่พบเห็นและเรียกนกชนิดนี้ว่า “นกตาพอง” เพราะลักษณะตาของนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรมีวงสีขาวล้อมรอบ ลำตัวมีสีดำสนิท เหลือบสีน้ำเงินเข้ม มีกระจุกขนสีดำคล้ายกำมะหยี่ม่านตาจะมีสีขาวอมชมพูเรื่อ ๆ ขนบริเวณตะโพกจะมีสีขาว ในบริเวณบึงบอระเพ็ดนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรจะนอนอยู่ในกับฝูงนกนางแอ่นชนิดอื่นๆ ที่เกาะตามใบสนุ่น และอ้อใบภายในบึงบอระเพ็ด นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรมักจะกินแมลงที่บินอยู่ตามท้องฟ้าทั่วไป นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรจะชอบอาศัยอยู่ตามดงอ้อและในบริเวณบึงบอระเพ็ด มักพบในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวในบริเวณประเทศไทยเท่านั้น ในปัจจุบันนกนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเหลือน้อยมากเพราะมีบางครั้งถูกนำไปขายเป็นอาหารให้ชาวบ้าน

Kira

สเตกอซอรัส

February 23rd, 2009 by kira

e0b8aae0b980e0b895e0b881e0b8ade0b88be0b8ade0b8a3e0b8b1e0b8aa
ไดโนเสาร์สเตกอซอรัสเป็นไดโนเสาร์กินพืชที่มีขนาดและรูปร่างใหญ่เท่ากับช้างในปัจจุบันไดโนเสาร์ชนิดนี้มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคจูแรสสิกตอนปลายและมีการค้นพบโครงกระดูกของไดโนเสาร์ชนิดนี้ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกา สเตโกซอรัสมีหัวที่เล็กมาก เมื่อเทียบกับของตัวของมัน สันนิษฐานว่าสัตว์ชนิดนี้มีสมองเท่ากับลูกกอล์ฟ สเตโกซอรัสมีลักษณะเด่นของตัวมันคือมีเดือยหรือแผ่นกระดูกขนาดใหญ่เรียงเป็นแถวเดียวยาวตลอดหลัง ซึ่งสันนิษฐานว่ามันมีเส้นเลือดเป็นจำนวนมากในบริเวณนี้ และแผ่นกระดูกนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับป้องกันตัว แต่มีไว้เพื่อช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
ในบริเวณปลายของหางของสเตกอซอรัสจะมีเดือยแหลมและยาว หางยาวๆนี้มันจะเอาไว้ใช้หางฟาดเหมือนแส้ เพื่อป้องกันตัว จากไดโนเสาร์กินเนื้อที่เข้ามาจู่โจมในระยะใกล้

Kira

เสือเขี้ยวดาบ

February 23rd, 2009 by kira

e0b980e0b8aae0b8b7e0b8ade0b980e0b882e0b8b5e0b989e0b8a2e0b8a7e0b894e0b8b2e0b89a
เสือเขี้ยวดาบคือสัตว์ดึกดำบรรพ์ มันอาศัยอยู่ในทวีป แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ และ เอเชีย บริเวณ เขตทุ่งหญ้าสะวันนา ทุ่งหญ้าสเตปส์ ทุ่งหญ้าแพร์รี่ ป่าดงดิบและป่าไม้ผลัดใบ เมื่อ 10,000 ปีก่อน เสือเขี้ยวดาบมีขนาดและรูปร่างคล้ายกับเสือทั่วไป แต่ขาหน้าจะยาวกว่าขาหลังและหางสั้น เขี้ยวข้างบนยาวกว่าเขี้ยวข้างล่างเขี้ยวข้างบนจะมีลักษณะแบนและโค้งแบบมีดดาบ และมันสามารถจู่โจมได้อย่างดุเดือด และกระชากฉีกเนื้อของเหยื่อด้วยฟันที่แหลมคมได้อย่างฉับไว ที่อยู่อาศัยของเสือเขี้ยวดาบคือทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกาและอเมริกาเหนือ ในเขต ทุ่งหญ้าสะวันนา ทุ่งหญ้าแพร์รี่ ทุ่งหญ้าสเตปส์ ป่าดงดิบและป่าไม้ผลัดใบ ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ประเทศไทยพบเขี้ยวที่หัก 1 ชิ้น เป็นที่แห่งแรกที่บ่อดูดทรายบริเวณริมแม่น้ำมูล ใน ต. ท่าช้าง อ. เฉลิมพระเกียรติ จ. นครราชสีมา เมื่อปีพุทธศักราชที่ 2545

Kira

งูเขียวหางไหม้

February 22nd, 2009 by kira

g_viper2

งูเขียวหางไหม้จะมีหัวที่ยาวมนใหญ่ ตัวอ้วนสั้น ปลายหางมีสีแดงชัดเจน คอเล็ก งูเขียวหางไหม้ลำตัวมี
สีเขียวอมเหลืองสด งูเขียวหางไหม้เป็นงูพิษอ่อน ถ้าถูกกัดจะเจ็บปวดและบวมอยู่หลายวัน แต่ไม่ถึงกับตาย นอกจากว่ามีโรคแทรกซ้อน มีอยู่ในที่ชุกชุมในภาคกลาง เช่น กาญจนบุรี นครปฐม กรุงเทพฯ ปทุมธานี ราชบุรี สระบุรี อยุธยา ลพบุรี ชลบุรีและอ่างทอง นอกจากนี้ยังพบใน จีน ศรีลังกา พม่าและอินเดียงูเขียวหางไหม้จะกินลูกกิ้งก่า ตุ๊กแก จิ้งจก แมลง ลูกนก กบ เขียด หนู งูเขียวหางไหม้ปกติแล้วมันจะเลื้อยช้าๆ งูเขียวหางไหม้มันยังมีนิสัยดุร้ายและ ฉกกัดเมื่อเข้าใกล้มัน งูเขียวหางไหม้ชอบอาศัยตามตามกองไม้ ซอกชายคา กอหญ้า กระถางต้นไม้ มันออกหากินในเวลากลางคืน ขณะเกาะนอนบนกิ่งไม้ มันจะใช้ลำตัวและหางรัดพันยึดกับกิ่งไม้ไว้ งูเขียวหางไหม้จะออกลูกเป็นตัวประมาณครั้งละ 8-12 ตัว แต่ก็มีบางชนิดที่ออกลูกเป็นไข่ สามารถชมไปชมได้ที่สวนสัตว์ นครราชสีมาและสวนสัตว์ดุสิต

Kira

สมเสร็จ

February 22nd, 2009 by jirawat

005

ลักษณะทั่วไป
มีลักษณะของสัตว์หลายชนิดอยู่รวมกันในตัว เป็นสัตว์กลีบเดี่ยว อธิบายคือ รูปร่างคล้ายหมู กลีบเท้าคล้ายแรด จมูกและริมฝีปากมนยาว คล้ายงวงช้าง หางสั้นคล้ายหางหมี หูเล็กสั้นกลม ตาเล็ก ลูกสมเสร็จที่เกิดใหม่ตัวลายคล้ายแตงไทย มีสีน้ำตาลสลับขาว ลายนี้จะเลือนหายไป เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน สมเสร็จอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกา และ เอเชีย ในทวีปอเมริกาจะพบ ตั้งแต่เม็กซิโกลงมาจนถึงอเมริกาใต้ แต่ในเอเชียจะพบตั้งแต่แถบเทือกเขา ตะเนาศรีของประเทศไทย ลงไปจนถึงคาบสมุทรมลายู สุมาตรา สมเสร็จจะกินใบไม้ ต้นอ่อนของพืช ผลไม้ พืชน้ำ และหญ้าเป็นอาหาร
สถานภาพปัจจุบัน
สมเสร็จเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ จึงเป็นสัตว์ที่ถูกล่าเพื่อจะเอาหนังและเนื้อ เนื้อสมเสร็จคล้ายเนื้อหมู เพราะสมเสร็จไม่มีนิสัยดุร้าย จึงสามารถล่าได้ง่ายนอกจากนี้การบุกรุกทำลายป่าดิบชื้นของภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มี ความสำคัญของสมเสร็จ
สถานที่ชมมีหลายแห่ง
เช่น สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมาและสวนสัตว์สงขลา เป็นต้น

01799

นากเล็กเล็บสั้น

February 22nd, 2009 by kira

oriental-small-clawed-otter

นากเล็กเล็บสั้นคือนากที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เมื่อมันตัวเต็มวัยจะมีน้ำหนักไม่ถึง 3 กิโลกรัม ความยาวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางประมาณ 0.9 เมตร ขนของนากจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม บริเวณคอเป็นสีขาว ขนของนากจะค่อนข้างสั้น ระหว่างนิ้วมีพังผืดถึงข้อสุดท้าย นากชนิดนี้จะมีเล็บที่สั้นมาก มีประสาทสัมผัสที่อุ้งเท้าดีมาก นากมีสายตาที่ดีมากทั้งบนบกและในน้ำ บริเวณหูมีลิ้นสำหรับปิดกันน้ำได้ นากชนิดนี้จะหากินเวลากลางคืนและใกล้ค่ำเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ออกหากินในเวลากลางวันบ้าง นากจะจับเหยื่อด้วยขาหน้า ซึ่งจะต่างจากนากชนิดอื่นๆ ที่จับเหยื่อด้วยปากและนากชิดอื่นจะใช้ประสาทสัมผัสของหนวดในการรับรู้และอาหารหลักคือ หอย ปู ปลาและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กอยู่ในน้ำ พบได้ที่แหล่งน้ำจืดที่ตื้นและบึงชายเลนที่พืชริมฝั่งไม่หนาแน่นมากนัก นากชนิดนี้อาศัยอยู่บนบกมากกว่านากชนิดอื่น มันจะผสมพันธุ์ในน้ำและออกลูกที่ละ 2-4 ตัว

Kira

« Previous Entries