Advertisements

ประวัติหนูแฮมเตอร์

นักวิทยาศาสตร์ ประเทศ อิสราเอล พบหนูแฮมเตอร์และลูกน้อยอยู่ในโพรงประมาณ 8 ฟุต เป็นสัตว์ตัวที่เล็กและเป็นสัตว์ที่น่ารัก ปัจจุบันได้ถูกขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในสหรัฐอเมริกาได้มีพบหนูแฮมเตอร์สายพันธุ์ใหม่ มีชื่อว่า ซีเรี่ยน หรือ Goldenhamsterที่เลี้ยงกันอยู่ในสืบเชื้อสายมาจากครัวน้อยๆที่มาจากในทะเลทราย ซีเรีย ที่ได้ชื่อว่า Syrian ก็หมายถึงชาวซีเรียนั้นเอง

หนูแฮมเตอร์เป็นสัตว์ที่ไม่เรื่องมากอาหารของแฮมเตอร์ คือ เมล็ดพืชต่างๆ เช่น เมล็หทานตะวันเมล็ดปอ ข้าว ผักที่เช่น ผักกาดขาว แตงกวาผักบุ้ง ผักกาดหอมพวกผลไม้เช่นข้าวโพดแอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ เป็นต้น

อาหารหนูแฮมเตอร์

1.เมล็ด ฮวยมั้ว
ธัญพืชชนิดนี้ เป็น อาหารที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกิน แต่ยังไงก็จะแนะนำอีกที เจ้าสิ่งนี้จะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆแป้นๆ สีก็ตามในรูปเลย และก็ยังเป็นสิ่งที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกินด้วย แต่ถ้าผสมแล้วไม่ควรใส่ผสมเยอะ เพราะว่าเจ้าตัวนี้มีไขมันมากกว่าอาหารอื่นๆ อาจจะมากหรือ พอๆกับเมล็ดทานตะวันเลยก็ว่าได้ ยังไงก็อย่าผสมเยอะ

2.เมล็ดทานตะวัน
เมล็ดทานตะวันแบบนี้เป็นแบบที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกินมาก อาจจะเป็นเพราะว่าแกะง่ายหรือ
รสชาติอร่อย อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่รับรองว่า หนุแฮมนั้นชอบแน่ๆ ยังไงถ้าเพื่อนๆจะผสม
อาหารก็แนะนำตัวนี้ หรือผสมหลายๆตัวก็ดี

3.อาหารแมว
อาหารแมวก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หนูแฮมเตอร์ชอบกินนะ แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่แต่ละชนิดด้วย

ส่วนชนิดที่ชอบกินนั้นก็ต้องแล้วแต่นิสัยของหนูเค้าหละ ยังไงเพื่อนๆลองเปลี่ยนอาหารแมวที่
นำมาผสมดู แล้วก็จะเจอชนิดที่ เจ้าหนูนั้นชอบ และยังช่วยให้หนูแฮมสเตอร์ไม่ต้องมากิน
อาหารที่จำเจ และ แก้ปัญหาการเบื่ออาหารอีกด้วย

4.ข้าวไร / ข้าวชนิดต่างๆ
ข้าวซึ่งสำหรับคนแล้วนั้นเป็นอาหารหลักก็ว่าได้ และสำหรับหนูแฮมสเตอร์ ก็ชอบอยู่เหมือนกัน

ซึ่งข้าวนั้นก็มีหลายชนิดอยู่เช่นกัน อาทิ ข้าวไร , ข้าวโอต , ข้าวเม็ดมะเขือ และอื่นๆ อีกมากมาย
โดยที่ผมแนะนำนี้จะเป็นข้าวไรนะ โดยได้สังเกตพบว่า พบเปลือกของข้าวไร อยู่ในกรง
ของหนูแฮมสเตอร์ มากมาย แต่อันนี้จะเป็นกับหนูของเพื่อนๆหรือป่าวยังไงก็ต้องลองดูนะ

วิธีการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์
อาหารหลักที่ควรให้แฮมสเตอร์ คือ ธัญพืชโดยจะโปรยอาหารลงบนพื้นก็ได้เพราะแฮมสเตอร์นิสัยชอบก้มกิน มันจะชอบหยิบอหารออกมากินนอกภาชนะ โดยใช้เท้าหน้าจับอาหารกิน แต่การใช้ภาชนะมีข้อดี คือจะทำให้เราได้รู้ว่ามันเอาอาหารออกไปกิน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันป่วยเราก็รู้ได้ การใส่ภาชนะยังทำให้อาหารและขี้เลื่อยไม่ปะปนกันทำให้การเปลื่ยนขี้เลื่อยทำได้ง่ายโดยไม่ต้องทิ้งอาหารที่ปนกับขี้เลื่อยให้หนูแฮมเตอร์

 

Advertisements
ประวัติสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ( Golden Retriever) 

 เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดจากเมืองผู้ดีอังกฤษและสก็อตแลนด์ในราวศตวรรษที่ 19 ได้จากการผสมพันธุ์สุนัขระหว่างพันธุ์นิวฟาวแลนด์ขนเรียบสีเหลืองกับ ทวีดวอร์เตอร์ สแปเนียล ภายหลังได้ผสมกับพันธุ์ไอริช เว็ทเตอร์ บลัดฮาวด์ และ วอเตอร์ สแปเนียล เดิมเป็นสุนัขที่ใช้ในกีฬาล่าสัตว์ โดยนายพรานจะใช้มันชี้รอยตามรอย และเก็บเป็ดน้ำที่ยิงได้กลับมา 

ลักษณะทั่วไป 

 สุนัขขนาดใหญ่ รักเด็ก ส่วนสูง น้ำหนัก วงจรชีวิต การจัดกลุ่มพันธุ์ 21.5- 24 นิ้ว 55- 75 ปอนด์ 12-14 ปี สุนัขที่ใช้ในกีฬาล่าสัตว์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขขนาดใหญ่ที่มีความคล่องตัวสูง ขนชั้นในแน่น และกันน้ำได้ดีเช่นเดียวกัน มีขนปุกปุยหนาแน่นบริเวณคอ ด้านหลังขาหลัง และหาง และมีขนปุกปุยปานกลางบริเวณด้านหลังขาหน้าและท้อง สีของขนมีหลายเฉดสีต่างกันไป ตั้งแต่สีทองเข้มจนถึงทองเงา 

 โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่มีความเฉลียวฉลาดมากมากจนสามารถนำมาฝึกเพื่อใช้งานได้ เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีขนาดไม่เล็กหรือไม่ใหญ่จนเกินไป จัดว่าเป็นสุนัขที่มีประสาทสัมผัสดีเลิศทั้งในด้านของการฟังเสียง การดมกลิ่นสะกดรอย นอกจากนี้ยังมีสายตาอันเฉียบคมและแม่นยำ ด้วยเหตุนี้วงการทหารและตำรวจในหลายๆ ประเทศจึงได้นำสุนัขพันธุ์นี้มาฝึกเพื่อไว้ช่วยงานราชการ อาทิเช่น ตรวจค้นยาเสพติด , ดมกลิ่นสะกดรอยคนร้าย, ยามรักษาความปลอดภัย แต่ที่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมสูงสุด ก็เห็นจะได้แก่ฝึกให้เป็นสุนัขนำทางคนตาบอด ทั้งนี้เพราะโกลเด้น รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขซึ่งฉลาด แต่ไม่ค่อยเจ้าเล่ห์หรือซุกซนเหมือนสุนัขบางพันธุ์ ขนชั้นนอกแน่น เงา หยิกเป็นลอนเล็กน้อย และราบเรียบไปตามลำตัว กันน้ำได้ดี 

อุปนิสัย 

 มีความกระตือรือร้นตลอดเวลา ค่อนข้างสงบเสงี่ยม ไม่ส่งเสียงโดยไม่มีเหตุผล มีขนาดปานกลาง ไม่เทอะทะเก้งก้างจนดูเกะกะ 

การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย 

 เจ้าโกลเด้นเป็นสุนัขที่มีขนร่วงมาก จำเป็นจะต้องแปรงและหวีขนให้มันสัปดาห์ละหลายๆ ครั้ง มันจะมีความสุขมากๆ หากเจ้าของพามันไปเดินเล่นไกลๆ ทุกวันหรือหาสนามโล่งๆ ให้ได้วิ่งเล่นแบบสบายๆ ไร้กังวล ได้เล่นกับสุนัขตัวอื่น วิ่งเก็บลูกบอล หรือว่ายน้ำ 

ข้อควรระวังเป็นพิเศษ 

 ลูกสุนัขที่ได้มาจาการผสมพันธุ์ที่ไม่ดี จะมีนิสัยก้าวร้าว ซนอย่างร้ายกาจ กระตือรือร้นมากเกินไป และขี้โรค ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์ :โรคข้อสะโพกและข้อศอกห่าง โรคต้อกระจก โรคขาดฮอร์โมนไทรอยด์ โรคเนื้องอกในต่อมน้ำเหลือง
01973